✈️ จองตั๋ว + ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ควรรู้
ค่าใช้ในโครงการ work and travel ไม่ได้มีแค่ค่าโครงการแต่ยังมี ค่าตั๋วเครื่องบิน pocket money ค่ามัดจำบ้าน
โพสต์นี้จะสรุปให้แบบครบทุกอย่าง ทั้งตั๋ว ค่าโครงการ ค่ามัดจำบ้านรวมถึง pocket money
📚 Table of Contents
🛫 การจองตั๋วเครื่องบิน
หลังจากผ่านสัมภาษณ์วีซ่าเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ จองตั๋วเครื่องบิน ไปยังเมืองที่เราจะไปทำงาน
เราขอแนะนำให้ใช้ Google Flights เพราะใช้ง่ายและเปรียบเทียบได้ → ดูรีวิว Google Flights
✅ สิ่งที่ควรรู้ก่อนจองตั๋ว
- นายจ้างจะระบุ วันเริ่มงาน (Start Date) ไว้ใน DS-2019 → ซึ่งตามกฎแล้ว เราสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ไม่เกิน 1 เดือนก่อนวันเริ่มงาน
แม้บางคนอาจคิดว่าอยากไปก่อนเพื่อจัดการเรื่อง SSN หรือเปิดบัญชีธนาคาร แต่ความจริงคือ
👉 เราสามารถขออนุญาตนายจ้างไปดำเนินการได้หลังจากเริ่มงานแล้ว
ไม่จำเป็นต้องรีบไปก่อน เพราะการเดินทางไปก่อนโดย ยังไม่สามารถเริ่มงานได้ จะทำให้เรามี ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยที่ ยังไม่มีรายได้ เข้ามาช่วยชดเชย - ตรวจสอบให้แน่ใจว่า สนามบินปลายทางอยู่ใกล้เมืองที่ทำงาน
- หากมีเพื่อนไปด้วย ควรจองพร้อมกัน จะเดินทางง่ายกว่า อย่างไรก็หากเรากดจองตั๋วใน google flight ยิ่งใส่จะนำนวนเยอะราคายิ่งแพง แนะนำว่าควรจองทีละ 1-2 คน จะราคาถูกกว่า
✈️ สายการบินยอดนิยมสำหรับ Work and Travel ได้แก่ Emirates, Qatar Airways, Japan Airlines, Korean Air และ ANA
เนื่องจากระยะทางจากไทยไปสหรัฐอเมริกาค่อนข้างไกล ปัจจุบัน ไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปอเมริกา โดยตรง (สายการบินไทยเคยมีแต่ยกเลิกไปแล้ว)
ดังนั้น คนไทยส่วนใหญ่มักเลือก ต่อเครื่องที่ประเทศยอดฮิต เช่น
- เกาหลีใต้ / ญี่ปุ่น (สำหรับสายตะวันออก)
- ตะวันออกกลาง เช่น โดฮา หรือดูไบ (สำหรับสาย Qatar / Emirates)
💰 ราคาตั๋วเครื่องบิน (ไป-กลับ)
- โดยเฉลี่ย: 40,000 – 60,000 บาท
- ราคาขึ้นอยู่กับ:
- ช่วงเวลาที่จอง (ยิ่งจองล่วงหน้า ยิ่งถูก)
- สายการบินและกระเป๋าที่รวมในตั๋ว
💵 สรุปค่าใช้จ่าย (โดยประมาณ)
| 📄 รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| ค่าสมัครโครงการ | 70,000 – 90,000 บาท |
| ค่าธรรมเนียม VISA + SEVIS | 6,000 – 8,000 บาท |
| ค่าตั๋วเครื่องบิน (ไป–กลับ) | 30,000 – 50,000 บาท |
| เงินพกติดตัว (Pocket Money) | 10,000 – 20,000 บาท |
| รวมคร่าว ๆ | ~120,000 – 160,000 บาท |