ประสบการณ์ : ใช้ส่วนลดนักศึกษา กับ Amtrak Student Discount 15% 🚆💸
😀 สวัสดีครับ
วันนี้ผมจะมาเขียนข้อมูลเกี่ยวกับ Amtrak สำหรับผู้ที่จะไป Work and Travel หรือนักศึกษา
Amtrak เป็นรัฐวิสาหกิจของสหรัฐอเมริกาที่ให้บริการรถไฟระหว่างเมืองทั่วประเทศ เทียบได้กับการที่บ้านเรามี BTS และ MRT ให้บริการในเมือง ส่วน ร.ฟ.ท. ก็ทำหน้าที่ขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัด Amtrak จึงเหมือน “ร.ฟ.ท.” ของอเมริกาที่เชื่อมโยงเมืองต่าง ๆ ด้วยระบบราง
สำหรับข้อดีของ Amtrak ที่ทำให้เราชอบนั้น เรามองว่า Amtrak ให้โหลดกระเป๋าได้เยอะกว่าเครื่องบิน ซึ่งถ้าเราจะโหลดกระเป๋าในเที่ยวบิน domestic ที่ US บอกเลยว่าสายการบิน เก็บค่าโหลดกระเป๋าแพงมาก อย่างไรก็ตามก็ต้องแลกมาด้วยเวลาที่เสียไป แต่อาจทำให้เราประหยัดกว่าเดิม
🚆 ประเภทของที่นั่ง
บนขบวนของ Amtrak แบ่งที่นั่งออกเป็น 3 ชั้นหลัก ได้แก่ Coach, Business และ First Class (เฉพาะขบวน Acela) โดย Coach เป็นที่นั่งมาตรฐานที่ให้ leg room เหมาะสม ไม่อึดอัด (ซึ่งเราอาจรู้สึกโอเค อาจเป็นเพราะเราเป็นคนเอเชียด้วย) ถัดขึ้นมาเป็น Business Class ซึ่งขยายพื้นที่วางขาให้กว้างขึ้นอีกเล็กน้อย และ First Class ที่หรูหราสุด จะพบได้เฉพาะบนขบวน Acela ทาง Amtrak เคลมว่าสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 150 mph แต่ในการเดินทางจริงความเร็วเฉลี่ยจะต่ำกว่านั้นเพราะต้องแวะจอดรับ–ส่งผู้โดยสาร Amtrak ยังมี Private Room ซึ่งเป็นห้องนอนส่วนตัวบนรถไฟ จะมีในขบวนไกล ๆ
สำหรับตั๋วในชั้น Coach จะแบ่งเป็นสองประเภทคือ Value และ Flex โดย Value จะมาพร้อมเงื่อนไขหักค่าธรรมเนียมการยกเลิก 25% ของราคาตั๋ว ส่วน Flex จะคืนเงินเต็มจำนวนเมื่อยกเลิก ซึ่งทาง Amtrak มีนโยบายคืนเงินในแบบ voucher สำหรับจองขบวนอื่น
🧳Baggage Policy
ทาง Amtrak อนุญาตให้ผู้โดยสารนำ “personal item” ขึ้นไปได้ 1 ใบ และ “carry‑on” สูงสุดอีก 2 ใบ นอกจากนี้ยังสามารถโหลด “checked baggage” เพิ่มได้อีก 2 ใบ ทั้งนี้ทั้งสถานีต้นทางและปลายทางต้องรองรับ checked bag
แล้วเราจะรู้ได้ไงล่ะว่าสถานีต้นทาง/ปลายทางของเรารองรับ checked baggage
ให้เราเข้าไปที่ Amtrak Station แล้วกรอกสถานีที่เราต้องการตรวจสอบ จากนั้นดูในหัวข้อ “Baggage” เพื่อเช็กว่าสถานีที่เลือกนั้นรองรับ Checked Baggage หรือไม่
Amtrak อนุญาตให้เรานำ personal 1 ชิ้น และ carry-on items 2 ชิ้น ขึ้นบนขบวนได้ ส่วน ขนาดตามที่แสดงในรูป
Amtrak อนุญาตให้เราโหลด checked bags ได้ฟรีไม่เกิน 2 ใบ หากอยากโหลดเพิ่มสามารถซื้อเพิ่มได้
- 2 bags free
- น้ำหนักสูงสุด 50 lbs ( ≈ 22.7 kg)
- ขนาดรวม (length + width + height) <= 75 linear inches
- 2 additional bags
- คิดค่าบริการ $20 ต่อใบ
- Oversized baggage
- ขนาดรวม 76–100 linear inches*
- คิดค่าบริการ $20 ต่อใบ
*Linear inches = ความยาว + ความกว้าง + ความสูง
สำหรับขั้นตอนโหลดการโหลดนั้นเราต้องไปติดต่อที่จุดบริการของสถานีต้นทาง เราควรไปโหลดกระเป๋าอย่างน้อย 45 นาที ก่อนเวลาที่รถไฟจะออก ไม่งั้นเราจะโหลดไม่ทันได้ ทางสถานีจะนำกระเป๋าเราไปติดแท็ก กระเป๋าของเราจะถูกนำไปไว้ในตู้สุดท้ายของขบวน เมื่อไหร่ถึงสถานีปลายทางแล้ว ให้เรานำแท็กอีกส่วนไปติดต่อพนักงาน เพื่อรับกระเป๋าของเราคืน
เราคิดว่าโหลดกระเป๋าก็ดี เป็นการลดภาระของที่เราต้องผิดชอบบนขบวน และจะได้ถือสัมภาระน้อยชิ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะหาย หากทาง Amtrak ทำหายก็อีกเรื่องนึง
📝 คุณสมบัติของผู้ใช้สิทธิ์นักศึกษา
ส่วนลดนักศึกษานี้ให้ส่วนลดนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 17 - 24 ปี ต้องจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ในวันเดินทางควรพกบัตรนิสิตเพื่อแสดงให้เห็นว่าเรายังเรียนอยู่ จากประสบการณ์ของเราเจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอดูบัตรของเรา แต่เราว่าก็ควรจะเอาไป
เนื่องจากในเว็ปของ Amtrak ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่านักเรียนจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่สหรัฐอเมริกาสามารถใช้ส่วนลดได้ไหม เราจึงทัก Twitter ของ Amtrak ไป ได้รับการยืนยันว่านักเรียนจากประเทศอื่นสามารถใช้ส่วนลดได้ครับ
🎫 ขั้นตอนการจองตั๋ว
ส่วนลดนักศึกษา 15% ใช้ได้กับ Coach เท่านั้น สำหรับใครที่จะจองโดยใช้ส่วนลดนักศึกษา สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1) เข้าเว็บที่เป็นหน้าสำหรับส่วนลดนักศึกษา Amtrak Student Discounts ส่วนลดจะ apply ให้อัตโนมัติ
ให้เราเลือกสถานีต้นทางกับปลายทางสามารถจองเที่ยวหรือไปกลับ ซึ่งการจองเที่ยวเดียวหรือไปกลับไม่ได้มีผลต่อราคา ในกรณีนี้เราขอเลือกเป็นขึ้นที่ NYP ไปลงที่ WAS ส่วนวันเดินทางนั้นขอเป็นวันที่ 16 พฤษภาคม (date format ของอเมริกาเป็น mm/dd/yyyy) เมื่อเลือกเรียบร้อยให้กดปุ่มเขียวที่ find trains
2) เลือกเที่ยวรถไฟและประเภทของตั๋ว
หลังจากกด find trains เรียบร้อย จะพบกับหน้าแสดงรายการตั๋วว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง ราคาเท่าไหร่ออกกี่โมงถึงกี่โมง เราขอเลือกอันบนเนื่องจากมันออกเร็วกว่าถึง 2 ทุ่ม ถือว่าโอเคเลย (ที่ us ช่วง summer เพราะอาทิตย์ตกดินประมาณ 2 ทุ่ม) ให้เรากดไปที่ตัวเลขของเที่ยวรถไฟและชั้นของตั๋วตามที่เราต้องการ
เมื่อเราเลือกตั๋วที่ต้องการได้แล้ว สำหรับชั้น Coach นั้น Amtrak ให้เราเลือกว่าจะเอาตั๋วแบบ Value หรือ flex ความแตกต่างตามที่ต้นโพสต์ได้อธิบายไป จะเห็นได้ว่าราคาที่แสดงยังไม่ได้หักส่วนลด 15% ซึ่งส่วนลดตรงนี้จะไปหักในหน้าสุดท้าย เมื่อเลือกเรียบร้อยแล้วสามารถกด Continue ที่แถบด้านล่าง
3) Booking Options
หลังจากเลือกประเภทของตั๋วเรียบร้อย จะเป็นหน้าBooking option Amtrak จะถามว่า เราจะนำจักรยานและ/หรือนำสัตว์ขึ้นไปด้วยไหม ถ้านำขึ้นไปก็กดเพิ่ม อีกทั้งยังย้ำเตือนเรื่อง Baggage Allowances หากเลือกเรียบร้อยให้กด continue ได้เลย
4) ชำระเงิน
หน้านี้เป็นหน้ารองสุดท้าย ทาง Amtrak จะถามว่าซื้อประกันเดินทางไหม อันนี้อยู่กับดุลยพินิจของเราเลย
หน้านี้เป็นหน้าสุดท้าย เป็นหน้าสรุปข้อมูล จะเห็นว่าหากเราจองโดยใช้ student discount ราคาจะลด 15% อัตโนมัติ หากตรวจสอบแล้วมั่นใจว่ารายละเอียดการเดินทางของเราถูกต้อง สามารถชำระเงินได้เลย เราจำไม่ได้แล้วว่าบัตรเดบิตไทยที่ไม่ใช่ travel card สามารถตัดได้ไหม อย่างไรก็ตามถ้าตัดไม่ได้ลองใช้travel card หรือบัตรเครดิต เมื่อเราชำระเงินเรียบร้อยตั๋วจะถูกส่งไปที่อีเมลตามที่ลงทะเบียนไว้
เมื่อเราชำระเงินเรียบร้อย Amtrak จะส่ง e-ticket มาให้เราทางอีเมล ให้เรานำ e-ticket นี้ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมกับ ID ข้างล่างนี้เป็น e-ticket ที่เราเคยใช้จริง ๆ
🎒 ประสบการณ์ของเรา
เราเคยนั่งจาก Amtrak จากนิวยอร์กไปที่เมือง Orlando เพื่อไปทำงานในโครงการ Work and Travel 2024 (ตอนนี้ปี 2025) มาร่วมย้อนความหลัง แล้วเดินทางกับ Amtrak ด้วยกันครับ 🌎✨
เริ่มจากมาที่สถานีต้นทางของเรา ที่สถานี New York Moynihan Train Hall ตัวอาคารของ Moynihan Train Hall มี Main Concourse อยู่ที่ระดับดิน ภายใต้หลังคากระจกทรงโค้งรับแสงธรรมชาติ และชานชาลา (tracks) อยู่ใต้ดินเชื่อมต่อกับ Penn Station
จากนั้นตรงไปที่เคาน์เตอร์โหลดกระเป๋า พนักงานจะให้แท็กมา 1 ชิ้น (สำหรับไปรับกระเป๋า) ชุดยูนิฟอร์มของเจ้าหน้าที่ดูมีสไตล์คล้ายซีรีส์ Snowpiercer เพราะว่ามีความคล้ายกันมาก แอบคิดว่าซีรีส์น่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Amtrak ใครยังไม่ดู Snowpiercer น่าจะงง เราขอป้ายยา เป็นซีรีส์ที่สร้างมาจากนิยาย เรื่องคร่าว ๆ คือ โลกเป็นน้ำแข็ง แล้วอยู่ไม่ได้ ต้องอยู่ในรถไฟที่แล่นตลอด เราว่า ss หลัง ๆ เริ่มออกทะเลละ
เมื่อเราโหลดกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปดูว่าขบวนของเราต้องไปขึ้นที่ track ไหน จากจอ ที่ติดอยู่ทั่วสถานี จากรูปจะเห็นได้ว่าขบวนของเราต้องไปที่่ track 15 หากถึงเวลา board พนักงานก็จะประกาศหรือดูที่จอ ให้เราลงไปที่ track ที่ขบวนเรา
ขณะที่เรากำลังลงไปยัง track...
บรรยากาศที่นั่งบนขบวน Amtrak จะเห็นว่ามีพื้นที่วางกระเป๋าด้านบนด้วย ยังมีโต๊ะหลังที่นั่งที่สามารถเปิดลงมาได้ ห้องน้ำอยู่ที่ปลายของแต่ละตู้ รถไฟทุกขบวนของ Amtrak เป็นที่นั่งแอร์ล้วน ไม่เพียงแค่สหรัฐอเมริกาที่ไม่มีที่นั่งแบบพัดลม ประเทศใกล้ตัวเราอย่างมาเลเซียก็ไม่มีที่นั่งแบบพัดลมเช่นกัน เรามองว่าที่นั่งพัดลมควรหมดไปได้แล้วในยุคนี้ เราไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่บอกว่าที่นั่งพัดลมสำหรับผู้มีรายได้น้อย เราเชื่อว่าที่นั่งแอร์เป็นสิทธิ์ที่ทุกคนพึงได้รับ
ที่นั่งของ Amtrak มีปลั๊กให้ เนื่องจากรูปแบบปลัีกไม่เหมือนกัน ทำให้เราต้องเตรียม Adapter ไปด้วย จึงสามารถใช้ได้
บน Amtrak จะมีตู้สำหรับขายอาหารและมีที่นั่งให้ Amtrak ชั้น coach ไม่แจกอาหาร ถ้านั่งนาน ๆ เราแนะนำให้เตรียมอาหารเข้าไปด้วยก็ดีครับ
ราคาอาหารบนขบวน
ที่นั่งในตู้อาหารสามารถมานั่งชมวิว กินข้าว ทำงาน ได้ตามสะดวก
เราขอปิดท้ายรีวิวด้วยภาพนี้ เป็นภาพวิวที่เราชอบที่เราสุดที่ของขบวนนี้ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้แต่เราถ่ายไว้น้อย
สำหรับใครที่กำลังวางแผน เราขอให้แผนราบรื่นไม่มีอุปสรรค 🤞 หรือถ้าใครกำลังจะเดินทาง ก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดีครับบ 😊