การใช้ google flight สำหรับค้นหาตั๋วเครื่องบิน ✈️

การใช้ google flight สำหรับค้นหาตั๋วเครื่องบิน ✈️

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะเขียนถึง Google Flight

Google Flights เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ช่วยเปรียบเทียบราคาตั๋วจากหลายเว็บ (OTA - Online Travel Agency) เช่น Trip.com, Skyscanner, Traveloka ฯลฯ

จุดเด่นคือ
✅ แสดงราคาตั๋วรวมภาษี
✅ เทียบวัน-เวลาบิน, เวลาต่อเครื่อง
✅ ดู baggage policy ได้
✅ มีกราฟราคาตั๋วย้อนหลัง
✅ ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบเที่ยวบิน

💡 แนะนำให้เปิดใน Google Chrome บนคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงผลได้ครบที่สุด

เราจะสาธิตการใช้งานจากตัวอย่างจริงไปเลยนะครับ เพื่อที่จะได้เห็นภาพ


🧳 Case 1 – ไปสนามบินเดิม กลับสนามบินเดิม (Round Trip)

ตัวอย่างนี้ ผมจะจองตั๋วไป-กลับ กรุงเทพฯ (BKK) → ไมอามี (MIA)
เพื่อไปเริ่มงาน Work and Travel ที่สหรัฐอเมริกา

หลังจากผ่านขั้นตอนสมัครงาน และสัมภาษณ์ แล้ว เมื่อได้วันเริ่มงานและวีซ่าเรียบร้อย เราก็สามารถเริ่มจองตั๋วได้ทันที

Requirement

  • เริ่มงาน: 20 พฤษภาคม 2025
  • เลิกงาน: 15 สิงหาคม 2025
  • เดินทางไป: 18 พฤษภาคม (แล้วแต่เรา)
  • เดินทางกลับ: 16 สิงหาคม (แล้วแต่เรา)

✅ ขั้นตอนจอง

  1. เข้า Google Flights
  2. กรอกต้นทาง/ปลายทาง
  3. เลือก "Round trip"
  4. ใส่วันไปและกลับตามแผน
  5. ใช้ตัวกรอง (Optional)

หลังจากเข้าไปแล้วผมมันจะให้เราเลือกเที่ยวบินไปและเที่ยวบินกลับ


📋 สรุปตั๋วที่เลือก

  • สายการบิน: Turkish Airlines
  • ออกเดินทาง: อา. 18 พ.ค. เวลา 6:45 (BKK)
  • ถึง: 20:20 (MIA)
  • กลับ: ส. 16 ส.ค. เวลา 10:35 (MIA)
  • ถึง: จ. 18 ส.ค. 05:15 (BKK)
  • ราคา: ฿49,625
  • โหลดกระเป๋า: ถือขึ้นเครื่อง 1 ใบ + โหลดฟรี 2 ใบ (ตรงนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจ)

ควรศึกษานโยบายการคืนเงินกรณียกเลิกให้ดี


🧳Case 2-ไปลงสนามบินหนึ่ง กลับอีกที่ (Multi-City Trip)

ในเคสนี้จะเป็นการจองตั๋วแบบ หลายเมือง (Multi-City) เหมาะกับนักเรียน Work and Travel ที่มีแพลน เที่ยวต่อหลังเลิกงาน หรืออยากแวะพักประเทศอื่นก่อนกลับไทย หากมีแพลนจะไปเที่ยวอยู่แล้ว ควรจองแบบ Multi city จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะมาก

🎯 ตัวอย่าง

  • เริ่มงาน: 20 พฤษภาคม 2025
  • เลิกงาน: 15 สิงหาคม 2025
  • ทำงานที่: Miami, Florida
  • หลังเลิกงาน: เที่ยว Road Trip ฝั่ง West → ไป Los Angeles (LAX)
  • ก่อนกลับไทย: แวะพักที่ Tokyo, Japan (NRT หรือ HND) ประมาณ 1 สัปดาห์
  • กลับไทย: ปลายเดือนสิงหาคม

✈️ เส้นทางการบินที่ต้องการ

  1. BKK → MIA (ไปเริ่มงาน)
  2. LAX → Tokyo (NRT) (หลังเที่ยวจบ)
  3. Tokyo (NRT) → BKK (กลับไทย)

📌 รูปแบบนี้ใน Google Flights ต้องใช้ฟีเจอร์ "Multi-city"
ไม่สามารถเลือกได้จาก "Round Trip" ปกติ


🔍 ขั้นตอนจองแบบ Multi-City ใน Google Flights

  1. เข้า Google Flights
  2. เลือกประเภท: Multi-city
  3. ใส่แต่ละช่วงการเดินทาง:

💼 visa: คนไทยเข้า ญี่ปุ่น ได้ไม่เกิน 15 วัน โดยไม่ต้องขอ visa


✈️ สรุปตั๋ว Multi-City Trip สำหรับ Work and Travel + เที่ยวญี่ปุ่น

รายการรายละเอียด
🎯 เส้นทางBKK → MIA → LAX → Tokyo(HND) → BKK
💸 ราคา฿41,580 (รวมภาษีแล้ว)
🧳 กระเป๋าขึ้นเครื่องฟรี 1 ใบ + โหลดฟรี 1–2 ใบในแต่ละขา
🧠 หมายเหตุขากลับจากญี่ปุ่นบินจาก HND, ไม่ใช่สนามบินเดียวกับขาที่เข้า (NRT)

📊 ฟีเจอร์ที่ต้องรู้จัก: Date grid และ Price graph

📅 1. Date grid – ตารางราคาวันบินไป-กลับ

หน้าตา: ตารางที่แสดง “วันเดินทางไป” และ “วันเดินทางกลับ” เป็นแนวแกน X กับ Y โดยในแต่ละช่องจะมีราคาของตั๋วในวันนั้น ๆ

วิธีใช้:

  1. กดปุ่ม “🔲 Date grid” ใต้รายการเที่ยวบินที่แสดงอยู่
  2. จะเห็นตารางแสดงราคาตั๋วแบบ “ไปวันไหน กลับวันไหน = ราคาเท่าไหร่”
  3. เลือกวันไป-กลับที่ ตามราคาที่ต้องการ

ประโยชน์:

  • เทียบราคาหลายวันได้ในครั้งเดียว
  • หาวันที่คุ้มสุดถ้าเลื่อนไปหรือลากวันหยุดได้
💡 เหมาะกับผู้ที่มีความยืดหยุ่นเรื่องวันเดินทาง เช่น ไปถึงก่อนเริ่มงาน Work and Travel 2-3 วันได้

📈 2. Price graph – กราฟราคาตั๋วแบบรายวัน

หน้าตา: กราฟเส้นที่แสดงราคาตั๋วในแต่ละวัน โดยแกนนอนเป็น “วันเดินทาง” และแกนตั้งเป็น “ราคา”

วิธีใช้:

  1. กดปุ่ม “📈 Price graph” ใต้รายการเที่ยวบิน
  2. ใช้เมาส์เลื่อนดูราคาเที่ยวบินแต่ละวัน
  3. คลิกเลือกวันที่ราคาดีที่สุด

ประโยชน์:

  • มองเห็น “แนวโน้ม” ว่าช่วงไหนราคาสูง ช่วงไหนราคาต่ำ
  • ดีมากสำหรับผู้ที่มีวันบินยืดหยุ่นได้
  • เหมาะใช้ควบคู่กับฟีเจอร์ Track Prices (ติดตามราคา)
💡 ใช้ Price graph เพื่อวางแผนล่วงหน้า หาเที่ยวบินที่ประหยัดที่สุด

👥 จองหลายคน ราคาจะเปลี่ยนไหม?

หลายคนอาจไม่ทราบว่า..
การจองตั๋วพร้อมกันหลายคนบน Google Flights อาจทำให้ราคาต่อคนแพงกว่าจองคนเดียว!

❓ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

Google Flights และ OTA ส่วนใหญ่มีระบบ เฉลี่ยราคาตั๋วตาม “กลุ่มราคาสูงสุดที่จองพร้อมกันได้”

Example:

  • ไฟลต์หนึ่งมี 3 ที่นั่งราคา ฿28,000
  • ที่เหลือ 2 ที่นั่งถัดไปราคา ฿34,000
  • ถ้าจอง 5 คนพร้อมกัน ระบบจะคิด “ทั้งหมดเป็นราคาชุดที่แพงกว่า” คือ ฿34,000 ต่อคน!
💡 แต่ถ้าแยกจองเป็น 3 คน + 2 คน
→ 3 คนได้ราคาถูกกว่า ฿28,000
→ 2 คนอาจต้องจ่ายแพงกว่า แต่ รวมกันอาจคุ้มกว่า

✈️ หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ ที่กำลังจะไป Work and Travel สามารถจองตั๋วได้อย่างมั่นใจมากขึ้น!

Read more

เปรียบเทียบงาน Work and travel

เปรียบเทียบงาน Work and travel

เราได้ลองนำข้อมูลมาพล็อตกราฟให้ แกน X เป็นจำนวนสัปดาห์ที่ทำงาน ส่วนแกน Y เป็นรายได้ ซึ่งในที่นี้เราจะหักแค่ค่าบ้านกับภาษี (ทั้ง Federal tax และ State tax) อย่างไรก็ตาม หลังจบโครงการเราสามารถไปยื่นภาษี หากพบว่าเราได้ชำระไว้เกิน เราสามารถขอคืนได้ (ข้อมูลเรื่องภาษี

ว่าด้วยระบบเลือกงานของแต่ละเจ้น

ว่าด้วยระบบเลือกงานของแต่ละเจ้น

หลังจากที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว ขั้นต่อมาคือการเลือกงาน ซึ่งแต่ละเจ้าจะมีระบบที่แตกต่าง โพสต์จะมาเล่าว่ามีแบบไหนบ้าง จากการที่เราไปหามาเกือบทุกเจ้า เพื่อที่จะสมัครสำหรับโครงการปี 2026 เราจัดกลุ่มระบบเลือกงานเป็น 2 กลุ่มกลุ่มเอเจ้นที่สามารถเลือกงานผ่านหน้าเว็

ประสบการณ์ : ใช้ส่วนลดนักศึกษา  กับ Amtrak Student Discount 15% 🚆💸

ประสบการณ์ : ใช้ส่วนลดนักศึกษา กับ Amtrak Student Discount 15% 🚆💸

😀 สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเขียนข้อมูลเกี่ยวกับ Amtrak สำหรับผู้ที่จะไป Work and Travel หรือนักศึกษา Amtrak เป็นรัฐวิสาหกิจของสหรัฐอเมริกาที่ให้บริการรถไฟระหว่างเมืองทั่วประเทศ เทียบได้กับการที่บ้านเรามี BTS และ MRT ให้บริการในเมื

ขั้นตอน Activate eSIM สำหรับผู้ที่ไป  Work and Travel USA บน iPhone

ขั้นตอน Activate eSIM สำหรับผู้ที่ไป Work and Travel USA บน iPhone

หลังจากที่เราเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและชำระเงินไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่ต้องทำเพื่อให้เรามีอินเทอร์เน็ตใช้คือการ activate ซิม เราจะขออธิบายขั้นตอนการ activate แค่ทางฝั่ง iOS (เนื่องจากเราใช้ iPhone) แล้วควร activate เมื่อไหร่? สำหรับผู้ที่ไป Work and